การบำรุงรักษาเรกกูเรเตอร์ (Regulator)



           เรกกูเรเตอร์ที่เราเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า  คัทเอาท์  เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของไดชาร์ท  (Generator)  ไม่ให้จ่ายกระแสมากหรือน้อยเกินไป  อันอาจจะทำให้ไดชาร์ทชำรุดเสียหายเป็นตัวตัดต่อวงจรให้กระแสไฟฟ้าไหลจากไดชาร์ทเข้าไปดังแบตเตอรี่เพื่อเก็บเอาไว้ใช้งานต่อไป  คัทเอาท์กับไดชาร์ทจะทำงานสัมพันธ์กันโดยอุปกรณ์ทั้งสอง  จะต้องมีสภาพดีทั้งคู่  ระบบไดชาร์ทจึงจะทำงานได้ดีตามวัตถุประสงค์  แต่ถ้าไดชาร์ทดี  คัทเอาท์ชำรุดไฟจะไม่ชาร์ทหรือถ้าไดชาร์ทชำรุดคัทเอาท์ดี  ไฟก็จะไม่ชาร์ทเช่นกัน

ตัวปรับแรงดันลม (Air Regulator) คืออะไรและทำงานอย่างไร ?

ข้อควรระวัง

1.        เวลาใส่ขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้วต้องตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่า  ขั้วไหนเป็นขั้วบวก (+)
หรือขั้วลบ (-)  และใส่สายแบตเตอรี่ให้ถูกกับขั้วแบตเตอรี่  โดยส่วนมากแล้วจะใช้ขั้วบวกเข้ากับมอเตอร์สตาร์ท  และขั้ลบลงแท่นเครื่อง  ถ้าใส่ผิดจะทำให้คัทเอาท์ชำรุดเสียหาย  ส่วนเครื่องยนต์ CMC.  บางรุ่น  ขั้วบวกจะต่อลงดินและขั้วลบต่อเข้ากับมอเตอร์สตาร์ท
2.             ห้ามปรับหรือแต่งคัทเอาท์จะเป็นการงัด  คลาย  หรือถอดอุปกรณ์ภายในคัทเอาท์เป็นอัน
ขาด  ถ้าไม่มีความชำนาญหรือประสบการณ์พอ  จะทำได้ก็เพียงใช้กระดาษทรายชนิดละเอียดขัด  เพื่อทำความสะอาดหน้าทองขาวเท่านั้น  ถ้าไม่ดีขึ้นต้องแจ้งให้ช่างที่ชำนาญแก้ไข
3.             อย่าเปิดฝาครอบคัทเอาท์ทิ้งไว้เพราะจะทำให้ความชื้นและน้ำมันกระเด็นเข้าไป  ทำให้เกิด
เป็นประกายไฟที่หน้าทองขาว  ถ้าไม่มีมิเตอร์วัดแอมแปร์  (Ampere)  แสดงไฟชาร์ท  ถ้าจะตรวจไฟชาร์ทหรือไม่  ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออก  แล้วเขี่ยขั้วเดิมดู  ถ้ามีประกายไฟแสดงว่าไฟชาร์ท

การบำรุงรักษามอเตอร์สตาร์ท
มอเตอร์สตาร์ททำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่  เพื่อหมุนขับจานเฟืองที่ติดกับข้อเหวี่ยงเครื่องยนต์  ให้หมุนตามเป็นการเริ่มต้นให้เครื่องยนต์ทำงาน  มอเตอร์สตาร์ทจะมีอายุการใช้งานและประสิทธิภาพสูงขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาที่ดี  ดังต่อไปนี้.-
1.        ไม่ควรสตาร์ทเครื่องยนต์เกินกว่าครั้งละ  10  วินาที  เพราะจะทำให้มอเตอร์สตาร์ท

ไหม้หรือเกิดการชำรุดเสียหายได้

2.        ไม่ควรใช้กระแสไฟในการสตาร์ทเกินกว่าที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด  เช่น  มอเตอร์สตาร์ท
ต้องการแรงเคลื่อนไฟฟ้าเพื่อสตาร์ท  12  โวลท์  แต่ผู้ควบคุมเครื่องมีความจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่  2  ลูก  ต้องต่อแบบขนานเพื่อเพิ่มกระแสไฟ  อย่างต่อแบบอันดับ  เพราะจะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างอื่นเสียหาย  เนื่องจากแรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงอีกเท่าตัว  จาก  12  โวลท์  เป็น  24  โวลท์
3.        ไม่ควรใช้สายไฟหรือเครื่องมือ  เช่น  ไขควง  ต่อวงจรสตาร์ทแทนสวิทกุญแจ  เพราะ
จะทำให้โซลีนอยด์ทำงานไม่สะดวก  เกิดการกระแทกต่อเนื่องกันหลายครั้ง  อาจทำให้โซลีนอยด์เกิดการชำรุดเสียหายได้
4.        มอเตอร์สตาร์ทไม่ควรมีสิ่งสกปรกหรือคราบน้ำมันติดอยู่  เพราะจะทำให้ซี่คอมมิว
เตอร์และแปรงถ่านสกปรก  มอเตอร์สตาร์ทจะทำงานไม่เต็มที่  หรือไม่หมุน  เมื่อมีความจำเป็นต้องทำความสะอาด  ควรใช้น้ำมันระเหยตัวได้เร็ว  เช่น  น้ำมันเบนซิน  เป็นต้น
5.        อย่าให้น้ำหรือละอองน้ำเข้ามอเตอร์สตาร์ท  เพราะจะทำให้สปริงกดแปรงถ่าน  หรือ
ส่วนอื่น ๆ ภายในมอเตอร์สตาร์ทเป็นสนิม  แปรงถ่านอาจขัดตัว  มอเตอร์สตาร์ทจะไม่หมุน
6.        ในกรณีมอเตอร์สตาร์ทไม่ทำงาน  ควรตรวจสอบขั้วต่อสายต่าง ๆ เช่น  ขั้วสาย
แบตเตอรี่  ขั้วบวกหรือขั้วลบอาจหลุดหลวม  หรือแบตเตอรี่มีไฟไม่พอ
7.     ทุก  1,500  ชั่วโมงควรถอดทำความสะอาด  ใส่จาระบีที่ลูกปืน  หรือน้ำมันหล่อลื่นที่
บู๊ช  ตรวจซี่  คอมมิวเตอร์  ถ้าจำเป็นต้องกลึงและเซาะร่องไมก้า  แปรงถ่านถ้าสึกเกินครึ่งต้องเปลี่ยนใหม่  ตรวจแรงสปริงกดถ่านและซองแปรงถ่าน  อย่าให้แปรงถ่านขัดตัว

ตัวกรองลมดักน้ำ (Air Filter) คืออะไรและทำงานอย่างไร ?



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น